
โหราศาสตร์ ความเชื่อ ในเรื่องของดวงดาว หรือตัวเลขต่าง ๆ มักจะเป็นเรื่องงมงายสำหรับครอบครัวของฉัน ซึ่งบรรดาอา ๆ ของฉันมักจะไม่เชื่อถือ และไม่สนับสนุนให้ฉันไปนั่งแบมือ หรือบอกวันเดือนปีเกิดให้พวกหมอดูทั้งหลายทำนายทายทัก อามักจะบอกว่า กรรม คือ ผลจากการกระทำ หากเราทำดี สิ่งดี ๆ ก็จะเกิดขึ้นกับเราแน่นอน อย่าเอาชีวิต หรือความหวัง ไปฝากไว้กับคนไม่รู้จักอย่างพวกหมอดูเลย...และอาจะบ่นฉันจนหูชาทุกครั้ง หากฉันเล่าให้ท่านฟัง ว่าฉันไปดูดวงที่ไหนมา เพราะตัวฉันเองก็มักจะดูดวงอยู่บ้าง หากมีโอกาส ซึ่งบางครั้งก็เชื่อ บางครั้งก็ไม่เชื่อ ขึ้นอยู่กับการทำนายของหมอดูแต่ละท่านว่าตรงใจฉันหรือเปล่า อิอิ
ย้อนไปที่กลางดึกคืนหนึ่ง ฉันตื่นมาเพราะสัมผัสที่หกที่บอกเหตุบางอย่าง เมื่อตื่นมา ต้องพบกับความปวดร้าวจริงดังลางที่บอกเหตุ และนั่น เป็นเหตุให้ฉันต้องพบกับการตัดสินใจที่ยิ่งใหญ่อีกครั้งในชีวิต ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ คิดว่า ตัวเองได้ตัดสินใจบางอย่างลงไปแล้ว พอเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น ฉันกลับพบว่า ตัวเองยังไม่ได้ตกลงปลงใจกับการตัดสินก่อนหน้า คงยังมีความหวังลึก ๆ บางประการที่ตรงข้ามกับสิ่งที่ตัดสินใจลงไป
ฉันเก็บงำคงามปวดร้าวไว้คนเดียว ไม่ได้บอกเล่าให้ญาติผู้ใหญ่ของตัวเองรับรู้เลยสักนิด แต่โชคดี ที่ญาติมิตรฝ่ายสามี เอ็นดูฉันเป็นลูกหลาน เป็นพี่เป็นน้องแท้ ๆ ของพวกเขา พวกเขาไม่เห็นแก่ความเป็นพี่-น้องของตัวเอง พวกเขาจึงช่วยฉันทุกวิถีทาง ที่จะทำให้ฉันและสามีกลับมาคืนดีกันได้ กลับมาเป็นครอบครัวเดียวกันเหมือนเดิม ทั้งวิธีขู่ ปลอบ เตือนสติ และในที่สุด พวกเขาก็หันไปพึ่งทางด้านไสยศาตร์ เมื่อเห็นว่า เรื่องราวน่าจะจบลงได้ยาก...

เย็นวันหนึ่ง พี่สาวสามีโทรมาหาฉัน เล่าเรื่องที่นำดวงของฉันไปให้หมอดูทำนายทายทัก ตามคำสั่งของพี่สะใภ้ ที่ให้พี่สาวช่วยนำดวงของฉันและสามีไปดูว่า จะช่วยทางไหนได้บ้าง ในทางไสยศาตร์ เพื่อจะให้สถานการณ์มันดีขึ้น คำบอกเล่าของพี่สาว เมื่อแรกที่หมอดูเห็นวัน-เดือน-ปี เกิดของฉัน หมอดูพลันอุทานออกมาว่า...
"ผู้หญิงคนนี้กำลังดวงตก ตกอย่างถึงที่สุด ตกสุด ๆ เลยน่ะ"
พี่สาวสามีนั่งมองหมอดูอย่างไม่เชื่อถือนัก เพราะพี่สาวเป็นคนสมัยใหม่ ไม่เชื่อทางเรื่องนี้นัก แต่เพราะขัดพี่สะใภ้ไม่ได้ จึงจำใจต้องมา ทั้ง ๆ ที่ไม่เชื่อ แต่ก็นั่งนิ่ง คอยฟังว่า หมอดู จะพูดอะไรต่อ พี่สาวมองว่า หมอดูดูไม่น่าเชื่อถือเลยสักนิด หมอดูคนนี้ เป็นชาวบ้านธรรมดา ไม่มีตำหนักหรือสำนักอะไร บ้านก็เป็นแค่กระต๊อบเล็ก ๆ โดนล้อมด้วยน้ำครำ ทางเข้าบ้านก็มีเพียงแค่ไม้กระดานแผ่นเดียว ที่สำคัญ คิดค่าครูเพียงแค่ 60 บาทเท่านั้น...
"ดวงกำลังตก สมัครงานไปเยอะเลยนะเนี่ย แต่ถูกปิดทางหมด รู้สึกว่าเค้าจะหลุดปากบนอะไรสักอย่างออกไปแล้วลืมแก้บน ตอนนี้ข้างบนเค้ากำลังโกรธ จึงปิดทางหมด ให้รีบไปแก้บนซะ แล้วเรื่องงานจะดีขึ้น จะได้งานอีกไม่นาน"
พี่สาวนั่งหยักหน้าหงึก ๆ เพราะรู้ว่าฉันกำลังหาสมัครงานอยู่จริง แต่คงเป็นเรื่องบังเอิญที่หมอดูทายถูกหรอกน่า...พี่สาวนั่งคิด และคอยฟังหมอดูพูดต่อ...
"ตอนเนี้ย ผู้หญิงคนนี้กำลังแย่หลายเรื่องนะ คู่ของเค้าเนี่ย สูง ๆ ขาว ๆ ผอม ๆ หน้าผากกว้าง ออกเถิกหน่อย ๆ ใช่มั้ย?"
เป็นครั้งแรกที่พี่สาวพูดออกไป "ใช่ค่ะ" พร้อมคิดในใจว่า...เออ เดาแม่นว่ะ !!!
"ผู้ชายคนนี้กำลังติดผู้หญิงคนใหม่ ผู้หญิงคนนี้รูปร่างเล็ก ๆ ขาวซีด ๆ ทำงานโรงงาน แต่ตำแหน่งเค้าดีนะ..."
หมอดูพูดแล้วหยุดมองหน้าพี่สาวซึ่งกำลังขนตัวลุกชัน เพราะสิ่งที่หมอดูพูดมา ตรงหมดทุกอย่าง ไม่เพียงแค่นั้น หมอดูก็พูดให้พี่สาวขนลุกมากขึ้นไปอีกว่า...
"เฮ้อ...บ้านผู้หญิงคนใหม่เนี่ย อยู่ห่างจากบ้านเจ้าของดวงไปไม่กี่หลัง บ้านอยู่ใกล้กันแท้ ๆ ทำได้ยังไงนะ เค้าเคยเล่าให้เราฟังบ้างมั้ยล่ะ ว่ามีเรื่องแบบนี้น่ะ"
พี่สาวแฟน ปดหมอดูไปว่า ฉันไม่เคยเล่าให้ฟัง เพียงแค่กำลังสงสัย ว่าน่าจะมีปัญหากันอยู่ จึงมาให้หมอดูช่วยดูให้ หมอดูจึงพูดต่อว่า...
"งั้นกลับไปถามเค้านะ ว่าที่พูดมาน่ะจริงมั้ย หน้าบ้านของผู้หญิงที่เป็นมือที่สามน่ะ มีต้นมะขามอยู่ต้นหนึ่ง ไม่รู้ว่ามะขามเทศ หรือมะขามฝัก ต้นไม่ใหญ่ สูงแค่เมตรนึง มันเพิ่งโตเพราะได้ฝน อ้อ แล้วผู้หญิงน่ะไม่ใช่โสดนะ"
พี่สาวแฟนลืมตัว ว่าตัวเองโกหกไปตั้งแต่แรกว่าไม่รู้เรื่อง โต้หมอดูกลับไปอย่างรวดเร็วว่า...
"น่าจะโสดนะ เพราะอยู่คนเดียว มาซื้อบ้านอยู่คนเดียว ไม่เห็นมีใครอยู่ด้วย"
"หึ ๆ เค้ามาโสดกับน้องเธอน่ะสิ เป็นหม้ายมา แต่ยังเลิกกันไม่ขาด คนเก่าก็ยังมาเฝ้าวนเวียนอยู่นะ แล้วผู้หญิงไม่ได้ชอบในตัวผู้ชายนะ แต่ชอบในหน้าที่การงานของผู้ชาย อ้อ รู้มั้ยว่า ผู้ชายน่ะเป็นคนใจอ่อน ส่วนเจ้าของดวงน่ะเป็นคนพูดจาตรงไปตรงมา พูดหวานไม่เป็น แต่ผู้หญิงคนนั้นน่ะมันรู้จุดอ่อนของผู้ชาย ไม่ใช่ว่าเค้าเป็นคนอ่อนหวานหรอกนะ เป็นคนจิตใจกระด้าง แต่เพราะจับจุดอ่อนของผู้ชายได้ และรู้ข้อเสียของเจ้าของดวง เลยจับได้ซะอยู่หมัด เอาซะไม่ว่าเจ้าของดวงจะพูดอะไรก็ขัดหูผู้ชายไปซะหมด กลับไปบอกเจ้าของดวงด้วยนะ ช่วงนี้ ไม่ต้องงัดเอาเหตุเอาผลอะไรมาพูด ไม่ต้องพูดหวานเอาอกเอาใจ ทำไป มันก็ขัดหูไปหมดนั่นแหละ ให้นิ่ง ๆ เอาไว้ก่อน"
จากที่ไม่เชื่อถือในคราแรก กลับกลายเป็นว่า เชื่อสนิทใจ ถึงคราวนี้ พี่สาวเองที่เป็นฝ่ายร้อนใจ จึงถามหมอดูที่คิดว่าเป็นที่พึ่งสุดท้ายว่า...
"แล้วทำยังไงถึงจะช่วยเค้าได้ล่ะคะ เนี่ยพี่น้องทุกคนกำลังเป็นห่วงเค้ามาก ๆ เลยค่ะ"
"ให้เจ้าของดวงเค้ารีบแก้บนก่อนนะ ถ้าจำไม่ได้ว่าบนอะไรไว้ ก็แก้บนกลางแจ้ง บอกกล่าวขอโทษเค้าซะ ถ้าแก้บนเสร็จแล้ว ให้กลับมาที่นี่อีกครั้ง เดี๋ยวจะทำน้ำมนต์ไว้ให้ เอาน้ำมนต์ไป บอกเค้าว่าให้ทั้งเอาไปดื่ม และก็อาบซะ ทั้งคู่เลยนะ แล้วเดี๋ยวมันจะค่อย ๆ ดีขึ้น เพราะดวงผู้ชายเองก็กำลังแย่เหมือนกัน เรียกว่า พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกเลยทีเดียว การงานก็กำลังถูกบีบอัด ทำอะไรก็มีแต่อุปสรรคไปหมด เพื่อนร่วมงานก็กำลังแทงข้างหลัง แล้วยังมามีเรื่องพัวพันผู้หญิงคนนี้อีก ยิ่งตกต่ำไปใหญ่ สำหรับผู้ชายเนี่ย ต้องไปทำบุญทำสังฆทาน และต้องทำพิธีตัวเป็นตัวแทน (หรือตัวตายตัวแทนก็ไม่รู้ จำไม่ค่อยได้) ให้เค้าตัดผม ตัดเล็บมือเล็บเท้ามาให้ครบทั้งซ้ายขวา พร้อมเสื้อผ้ากลางเก่ากลางใหม่อีกหนึ่งชุด เอามา เดี๋ยวจะทำให้ ถ้าจะซื้อของมาเองก็ซื้อมา (ซื้อใบเงิน-ใบทอง แล้วก็อะไรเยอะแยะ พี่สาวเองก็จำไม่ไหว) แต่ถ้าให้ซื้อให้ก็เอาเงินมา คิดทั้งค่าทำค่าของก็เป็นเงิน 300 บาท แต่ถ้ารู้จักใครที่ทำได้ก็ให้เค้าทำไป ไม่ต้องมา"
...

ฉันควรจะเชื่อสิ่งที่พี่สาวเล่าให้ฟังมั้ยล่ะ??? แรกฉันก็ไม่สนิทใจที่จะเชื่อหรอกนะ แต่เมื่อวางโทรศัพท์แล้ว ฉันเดินไปด้อม ๆ มอง ๆ บ้านผู้หญิงคนนั้น พบว่า มีต้นมะขามเทศอยู่ที่เสาไฟฟ้าหน้าบ้านเธอต้นหนึ่ง ฉันเดินดูหลาย ๆ บ้าน เพราะเผื่อว่า บ้านอื่นอาจจะมีเหมือน ๆ กัน จะได้กลายเป็นเรื่องบังเอิญไป ผลปรากฏว่า ไม่มีบ้านใครในละแวกนั้น มีต้นมะขามเทศอยู่หน้าบ้านเลยสักต้น เว้นแต่บ้านเจ้าหล่อนคนนั้น...ฉันเองก็ขนลุกซู่เหมือนกัน วันรุ่งขึ้น ฉันจึงรีบไปหาซื้อของมาแก้บนกลางแจ้งตามคำแนะนำ
ส่วนสามีฉันนั้น เขาไม่เชื่อที่หมอดูทักมาเลยสักนิด แถมหัวเราะเยาะด้วย เขาลั่นวาจาออกมาเลยว่า "ผมไม่เชื่อหมอดูหรอก ผมเชื่อตัวเองเท่านั้น !!!"
ฉันจึงไม่พูดอะไรมาก เพียงแต่ให้เขาทำบุญเพื่อตัวเขาเอง ซึ่งเขาก็ผลัดวันประกันพรุ่ง จวบจนคืนหนึ่ง เขาก็ฝันว่า เขาไปยืนใส่บาตรพระอยู่ในฝัน เมื่อเล่าให้ผู้ใหญ่ฟัง ต่างก็พากันลงความเห็นว่า เจ้ากรรมนายเวรมาทวงให้เขาทำบุญ นั่นละ เขาจึงยอมให้ฉันพาไปทำสังฆทานชุดใหญ่ในวันรุ่งขึ้น
อีกสองวันถัดมา ป้าโม (คนข้างบ้าน) ที่ได้ฟังคำบอกเล่าจากฉันเรื่องหมอดู อยากให้ฉันช่วยไปดูดวงให้หน่อย จึงจดวัน-เดือน-ปี เกิดของตัวเอง ฝากไปให้หมอดูช่วยดูให้ ฉันไปไม่ถูก จึงให้น้องสาวแฟนพาไป เพราะฉันเอง ก็อยากฟังจากปากหมอดูเองด้วยเหมือนกัน ฉันจึงได้รู้ว่า พี่หมอดู แกไม่ได้รับดูดวงให้กับคนทั่วไป แกดูให้เฉพาะกับคนที่เดือดร้อนมา เพราะสามีแก ไม่ชอบนักที่จะให้แกมานั่งดูดวงแบบนี้ แต่แกมีวิชาติดตัวที่ได้รับถ่ายทอดมาจากพ่อของแก แกจึงขอสามีแก ช่วยเฉพาะคนที่เดือดร้อนมาจริง ๆ เท่านั้น
สิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับพี่สาวแฟน ก็เกิดขึ้นกับฉันเองบ้าง เมื่อหมอดูทำนายทายทักป้าโมฉอด ๆ ว่าป้าโมกำลังเป็นแบบนั้น แบบนี้ และในสิ่งที่ป้าโมกำลังเป็นนั้น ฉันและสามีไม่เคยรู้มาก่อน ฉันจึงไม่เชื่อหมอดู รีบต่อสายโทรศัพท์ถามป้าโมสด ๆ ตอนนั้นเลย หวังว่าหมอดูจะทำนายผิด แต่แล้ว คำตอบของป้าโมคือใช่ กำลังเป็นอย่างที่หมอดูพูด ถึงคราวฉันเอง ที่ขนลุกซู่ขึ้นมา จากนั้น ฉันจึงให้เขาดูดวงสามีของฉันอีกครั้ง
เมื่อกลับมา สามีรู้ว่าฉันไปหาหมอดูคนเดิมอีก จึงให้ฉันเล่าให้ฟัง หมอดูว่าอย่างไรบ้าง ฉันหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงบุคคลที่สาม เพราะพูดไปเขาก็ไม่เชื่อ จึงพูดแต่เรื่องดวงของเขาที่กำลังตก ควรจะแก้ไขเรื่องตัวเป็นตัวแทนอะไรนั่นซะ ซึ่งเขาก็ไม่รับปากกับฉันว่าจะทำ แต่พอเมื่อเขาได้คุยกับป้าโม ป้าโมเล่าเรื่องที่หมอดูทำนายได้ตรงมาก หมอดูรู้กระทั่งบ้านป้าโมปลูกต้นไม้อะไรไว้ทางเข้าบ้านซีกซ้ายและขวา รู้กระทั่งเรื่องปวดขาที่ทรมานมาก ที่ฉันและสามีเองไม่เคยรู้มาก่อน เรื่องปวดขาของป้าโมนั่นเอง ที่เขายอมเชื่อว่าหมอดูคนนี้ทำนายได้แม่นยำจริง เขาจึงหันมาถามฉันว่า...
"เรื่องทำตัวเป็นตัวแทนอะไรนั่น จะทำได้เมื่อไหร่?"
ฉันอึ้งในคำถาม แต่ก็ตอบกลับไปด้วยเสียงเรียบ ๆ ว่า น่าจะไปในวันหยุด เพราะเขาจะได้ไปเจอกับหมอดูเองด้วย จะได้ถามในเรื่องที่สงสัยซะให้หมดเรื่องหมดราว
"จะรอทำไมตั้งหลายวัน ผมแค่เอาของไปให้เค้าไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวคุณรีบเอาไปจัดการให้ผมพรุ่งนี้นะ"
วันรุ่งขึ้น ฉันจึงนำของ ๆ เค้าไปฝากให้พี่น้องเขาช่วยจัดการให้ ทำให้ได้รู้ว่า เขาโทรศัพท์มาหาน้องสาว ให้ช่วยเล่ารายละเอียดเรื่องดวงของเขาให้ฟัง ซึ่งน้องสาวก็เล่าจนหมดเปลือก รวมถึงเรื่องของผู้หญิงคนนั้นด้วย
...
ทุกวันนี้ ความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่ดีขึ้น เขายอมรับผิดที่ทำให้ฉันเสียใจ เขาบอกว่าตัวเขาเองรู้สึกแย่ในสิ่งที่เขากระทำลงไป และเขารับปากฉันแล้วว่า เขาจะหยุดการกระทำแย่ ๆ เหล่านั้น เขาจะไม่ทำแบบนั้นอีกต่อไป เขาจะกลับมารับผิดชอบต่อครอบครัวของเรา และเราจะเริ่มต้นกันใหม่อีกครั้ง
สอง-สามวันนี้ พวกเรามาพักผ่อนกันที่ชลบุรี เพื่อให้ผู้ใหญ่ฝ่ายฉันรู้สึกสบายอกสบายใจ ซึ่งแน่นอน คนที่ดีใจที่สุดก็คือแม่ของฉันเอง ฉันขับรถคันใหม่ (รถมือสอง) ที่สามีเพิ่งซื้อให้ ไปให้แม่เจิม โดยพาแม่นั่งรถวนรอบถนนแถวบ้านรอบหนึ่ง ใบหน้าแม่ที่ยิ้มไม่หุบ ทำให้ฉันรู้สึกดีมากมาย...ฉันทำให้แม่กลับมามีความสุขได้อีกครั้ง
และมีอีกเรื่องที่แปลก ก็คืออาของฉัน ที่ไม่นิยมชมชอบหมอดู เรียกฉันและสามีมานั่งตรงหน้าในค่ำคืนที่ผ่านมา พร้อมบอกเล่าให้ฟังว่า ด้วยความเป็นห่วงพวกเราทั้งคู่ จึงนำดวงของพวกเราไปให้เพื่อนช่วยดูให้ อาบอกว่า ขอเล่าแบบตรง ๆ ไม่อ้อมค้อมนะ พวกเราพยักหน้าเป็นการตอบรับ...
"เพื่อนอาเขาดูปุ๊บเค้าก็บอกเลยว่า ดวงของพวกเธอน่ะกำลังตกมาก ตกแบบสุด ๆ และก็อีกเรื่องที่ทำให้ชีวิตครอบครัวเธอแย่ก็คือ...เอ่อ อาพูดตรง ๆ ไม่โกรธกันนะ???" อาหันมาทางสามีของฉัน
"อาพูดไปเถอะครับ" เขาตอบยิ้มทำใจดีสู้เสือ
"เพื่อนอาเค้าบอกว่าเธอน่ะมีกิ๊ก มีความสัมพันธ์กันลึกซึ้งด้วย" สามีฉันยิ้มเจื่อนลงในทันที แต่ก็นิ่ง ทำใจดีสู้เสือต่อ
"อาก็ถามเค้าว่ามีวิธีแก้มั้ย เพราะอาบอกตรง ๆ ว่า ไม่อยากให้พวกเธอต้องหย่าร้างกัน เพื่อนอาก็บอกว่า กับผู้หญิงคนนั้นน่ะไม่ยืดหรอก เดี๋ยวก็จบ เพียงแต่ว่า ให้หลานสาวอาน่ะ ลดความมั่นใจในตัวเองลงหน่อย เค้าบอกว่าหลานสาวอาน่ะเป็นผู้หญิงเก่ง เป็นหัวหน้าคนมาเยอะ พูดอะไรปุ๊บปั๊บ ตัดสินใจเร็ว พูดเร้ว คิดเร็ว ทำเร็ว เร็วจนผู้ชายตามไม่ทัน อีกอย่าง เป็นคนที่คิดยังไงก็พูดอย่างนั้น พูดหวานก็ไม่เป็น แม้จะเป็นคนที่จริงใจ แต่ผู้ชายไม่ค่อยชอบ พอผู้ชายไปเจอผู้หญิงเอาใจ ก็เลยเอามาเปรียบเทียบกัน หลานอาก็เลยแย่ไปในสายตาผู้ชายทันที เค้าบอกอย่างนี้อ่ะนะ ช่วงหลัง ๆ ที่อาโทรไปคุยกับหลานสาวอา อาก็จะคอยเตือนเค้าเสมอ ๆ ว่า ให้ใจเย็น ๆ พูดน้อย ๆ อย่าทะเลาะกัน ถ้ามีเรื่องทะเลาะกัน ก็เป็นฝ่ายเงียบซะ อืมม ที่อาพูดมาทั้งหมด ก็ไม่รู้นะ ว่ามันตรงกับเรื่องจริงหรือเปล่า แต่อาอยากจะบอกว่า ถ้าเรื่องมันผ่านไปแล้ว ก็จำไว้เป็นบทเรียน และปรับตัวกันซะ อาเป็นผู้ใหญ่ แต่ก็เป็นคนนอก ทำได้แค่คอยเป็นห่วง ก้าวก่าย ตัดสินใจแทนไม่ได้"
ฉันมานั่งคิดดู เออนะ...คนที่เป็นผู้ใหญ่ ขนาดไม่ชอบเรื่องหมอดู ไม่ชอบการดูดวง แต่ด้วยความเป็นห่วงลูกหลาน ก็ยอมทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ ทำในสิ่งที่บอกหลาน ๆ มาตลอดว่า อย่าไปเชื่อ อย่าไปงมงาย...
ฉันเอง ก็ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรต่อไป ตอนนี้ ไม่อยากรู้อะไรไปไกลมากนัก เพียงแค่อยากรู้ว่า เมื่อไรกันหนอ บาดแผลในใจของเราทั้งสองคนจะหายสนิท? เมื่อไรหนอ ความคลางแคลงใจจึงจะหมดไป? เมื่อไรหนอ ความสุขจริง ๆ ของพวกเราจะกลับมาซะที? เมื่อไรหนอ น้ำตาของฉันมันจึงจะเหือดแห้งไป?
ทั้ง ๆ ที่รู้ว่า คำตอบของทุกคำถามที่ฉันตั้งขึ้นมานั้น คือ เมื่อไร ก็เมื่อนั้น ที่ฉันสามารถทำใจยอมรับมันได้นั่นเอง ไม่ใช่รอดวง รอโชคชะตาวาสนา จะมานำพาให้ฉันผ่านพ้นเรื่องราวไปได้สักหน่อย
แต่ก็ไม่น่าเชื่อ...การดูดวงครั้งนี้ กลับช่วยดึงพวกเราให้กลับมาตั้งต้นกันใหม่อีกครั้งได้สำเร็จ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะดวงหรือเปล่า??? แต่ฉันเชื่อเสมอมาตั้งแต่เกิดเรื่อง ว่าเป็นเรื่องของเวรกรรม ชาติปางก่อน เราสามคน คงต้องเคยทำบุญและกรรมร่วมกันมา ทำให้ต้องมาชดใช้กันในชาตินี้ และฉันก็หวังเหลือเกินว่า การที่ฉันอโหสิกรรมให้กับเค้าแล้วอย่างจริงใจ จะช่วยฉัน ไม่ให้ต้องเจอวิบากกรรมนี้อีกหนในชาติหน้า...ให้มันเลิกแล้วต่อกันซะตั้งแต่ชาตินี้เถิด

คิดอีกที หากคิดว่าเป็นเรื่องของดวงซะ ช่วงนี้ดวงกำลังแย่ ดวงกำลังตก รออีกหน่อย รอให้กงล้อแห่งโชคชะตาของชีวิตหมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ พอผ่านพ้นช่วงกำลังแย่ ช่วงกำลังตกไปได้ ชีวิตเราก็จะดีขึ้น ความโศกเศร้าเสียใจจะหมดไป แล้วความสุขก็จะกลับคืนมาอีกครั้ง...อืมม คิดว่า มันเป็นเรื่องของดวงซะก็แล้วกัน คุณว่ามั้ยคะ???
ปล. ขอบคุณทุกภาพจากอินเตอร์เน็ตค่ะ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น